เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2026, 11–19 ก.ค.

อัพเดทและเที่ยวชมงาน

เปิดรับข้อเสนอโปรแกรมใน Isan Creative Festival 2026

เปิดรับสมัครผู้ร่วมจัดเทศกาลวันนี้ – 10 เมษายน 2569แพลตฟอร์มในรูปแบบเทศกาลที่รวมพลังนักสร้างสรรค์ ผู้ประกอบการ สถาบันการศึกษา และเครือข่ายจากทั่วภาคอีสาน เพื่อแสดงศักยภาพและต่อยอดสินทรัพย์ทางวัฒนธรรม ผ่าน 3 อุตสาหกรรมสร้างสรรค์หลัก ขับเคลื่อนเศรษฐกิจอีสานIsan Creative Festival 2026 (ISANCF2026) จะถูกจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 11 – 19 กรกฎาคม 2569 เวลา 11.00 – 21.00 น. ภายใต้ธีม “นอร์ทอีส – เดิ้น NORTHEAST MODERN” ที่จะบอกเล่าถึง 20 จังหวัดในภูมิภาคอีสานมีศักยภาพที่หลากหลาย ทั้งด้านเศรษฐกิจ การศึกษา พื้นที่ชายแดน เกษตรกรรม และการท่องเที่ยว แต่ละพื้นที่มีจุดแข็งเฉพาะของตนเอง อีสานจึงไม่ใช่เพียงภูมิภาคขนาดใหญ่ แต่คือ “พื้นที่แห่งโอกาส” ที่พร้อมพัฒนาเป็นธุรกิจสร้างสรรค์ และระบบนิเวศเศรษฐกิจใหม่ในระดับภูมิภาคเทศกาลฯ ขอชวนทุกคนมาร่วมสร้างแรงกระเพื่อมสู่เวทีระดับประเทศและนานาชาติและเป็นส่วนหนึ่งของการเปิดบทใหม่ของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่เติบโตบนทุนวัฒนธรรม เชื่อมโยงสู่อนาคตอย่างมั่นคงและยั่งยืนไปด้วยกันISANCF เปิดรับการเข้าร่วมจัดเทศกาลหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการจัดแสดงผลงาน (Showcase & Exhibition) เสวนา (Talk) เวิร์กช็อป (Workshop) อีเวนต์บันเทิง (Event) ดนตรีและศิลปะการแสดง (Music & Performance) และตลาดสร้างสรรค์ (D-Kak Market) ใน 4 พื้นที่หลัก ได้แก่ TCDC ขอนแก่น, เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส, ย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ศรีจันทร์ และศูนย์การประชุมและแสดงสินค้านานาชาติไคซ์ รวมถึงพื้นที่อื่นๆ ในภาคอีสานสนใจสมัครเข้าร่วมจัดเทศกาลฯ ได้ที่ : isancreativefestival.com/applyดาวน์โหลด PDF คู่มือการเข้าร่วมจัดเทศกาลฯ : ISANCF2026 PARTICIPATION HANDBOOKติดตามความเคลื่อนไหวเทศกาลฯ ที่ : Isancreativefestival.comFacebook : isancreativefestivalInstagram : @isancreativefestival#ISANCREATIVEFESTIVAL#เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ #ISANCF2026#NORTHEASTMODERN

264

ประกาศรายชื่อผู้เข้าร่วมจัดเทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2569

Announcement of Participants ‘Isan Creative Festival 2026’ประกาศรายชื่อผู้เข้าร่วมจัดเทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2569โดยผู้ที่ผ่านการคัดเลือกแต่ละโปรแกรม จะได้รับการติดต่อประสานงานรายละเอียดและเงื่อนไขการเข้าร่วมจัดงานเทศกาลฯ จากทีมผู้จัดเทศกาลฯ เป็นลำดับถัดไป เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ขอขอบคุณทุกท่านที่สนใจสมัครเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในเทศกาลฯ และขอแสดงความยินดีกับผู้ที่มีรายชื่อ ดังต่อไปนี้ รายชื่อผู้ร่วมจัดโปรแกรม (Program Partner)การจัดแสดงผลงานและนิทรรศการ (Showcase & Exhibition)ขอนแก่นเดิ้นPetite Pato by Onzondayชุดจักรราศีอธิษฐานขอฝนจากฟ้าดอกไม้บานหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา ขอนแก่นเส้นไหมแห่งวิญญาณอีสานชุมพลชุมเพลินนางสาวธัญสิริ พลเยี่ยมHOMEWORK’s WONDER OF FABRICธรรมชาติเชื่อมโยงภูมิปัญญาถอดรหัสธรรมผ่านสายตา Gen ZJeerawut 3D Artอีสานฟิวชั่นBLANCATHINE : ผลิตภัณฑ์เกลือเพื่อสุขภาพและความงาม จากบ่อกฐินbawhaus design studioศิลป์ไหมปันรักปันดิน สตูดิโอสารคดี ‘ปฐมรสแห่งอีสาน’ ตอน ต้มซั่วไก่สุชัย ธุง ดอกไม้ผ้าฝ้ายเปลี่ยนสีHOME/MOON/MUEANGBorn AgainQalbโขง สงคราม ชี และมูลผลิตภัณฑ์ของตกแต่งจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรจากต้นยางพาราสถาบันปลาร้าซิ่น-ซาวด์-(อี)สานผลิตภัณฑ์ตกแต่งบ้านจากต้นธูปฤาษีชราชนบทใหม่ของผ้าทอพิมพ์นิยมTaiwan Now Playingก่องข้าวBlue EyesไดโนทอยOK NAKAม่วนนำกันปั้นเมือง สู้ฟ้าสู้ฝนบ่ย่านโลกฮ้อนผืนผ้าอีสานสู่เฟอร์นิเจอร์ร่วมสมัยบนเวทีโลกจังหวะแห่งวงกลมIsan Voice on Screenมิติซ้อนทับของความลึกลับรอยทับแห่งกาลเวลา: ความเหมือนที่แตกต่างทราบิกส์ ดอท โคเรายังทำอะไรได้มากกว่าที่คุณคิดโครงการออกแบบเลขนศิลป์อัตลักษณ์องค์กร บ้านเชียงตุ้มHug-ตุ้มHomeThe Cave-Derร่องรอยสุดท้ายSoft origins : from seeds to soulISAN SPEAKS – BWILD ISANRESINDROMEความงามของกาลเวลาในผืนผ้าไทยนักคิดผู้เบิกบานISAN POP FOODฤดูปลาในอีสานWear Your Roots -BWILD ISANแมวคือของไหลชุดกาน้ำชาปลาอีสานสกลสานส่องสรรค์kon สรรค์สร้างKOON : Terracotta Wall ArtISAN Cubismมารยาform piece to patternA ready-to-wear clothing design project inspired by northeastern Thai flowers.เคแบทเทิล เทศกาลวัฒนธรรมสตรีทระดับนานาชาตินัว นาว สตูดิโอ ทบทวน ทิศทางอีเวนต์ (Event)Urban Activities by KhonKaen TalkThe Secret Sauce Business Weekend อีสาน 2026วิ่งม่วนเมืองอีสานดีลโลด X The Investor Talk in KHON KAENIsan Creativity and Innovation Summit 2026นิทรรศการรถเมล์เดิ้นขอนแก่นโฮมน้ำ: น้ำล้นกะซับ..น้ำแล้งกะมีอีสานม่วนมิตรเกาหลีม่วนนำ by TrigrUrbanKraftเมืองแคน Dance Festivalลาง ( ไม่ ) เลือนACTIVE CITY FESTIVAL เทศกาลเมืองสุขภาพดีภาคอีสาน เชื่อมคน เชื่อมเมือง สู่ NORTHEAST MODERNKupper Art Fes 2026 UpForceMelt beef by chef grandดนตรีและศิลปะการแสดง (Music & Performing)TK TrixStill YawningLowkey UglyHot Like Hellคณะสะดุ้งไฟComedyละครเวทีเรื่อง ตี่จู้กง-องค์นางกวักRAIDISARECIENTEเพื่อชีวิต (for human) by POSTMANGUIsoftz live music performance “sss”Dance Theatre : ขาวม้าในเมืองใหญ่แมวข้าใครอย่าแตะอีสานคอสเพลย์ เดอะ ซีรีส์ ตอน อีสานผสานผสมโชว์ K-BATTLE Day Of UnityIsan, Stay Tunedการเสวนา (Talk)เข็มด้าย ลายผ้า ชราชะลอขับเคลื่อนสำรับ-อาภรณ์ด้วยขนส่งสาธารณะฟังเสียงประเทศไทย : ลิขสิทธิ์ กฎหมาย การคุ้มครองดูแล และผลตอบแทนWhen Chinese Greet Isanออกแบบขอนแก่นในวันที่โลกเปลี่ยนผืนผ้าอีสานสู่เฟอร์นิเจอร์ร่วมสมัยบนเวทีโลกแนวโน้มเทรนด์สีไลฟ์สไตล์ 2027/28 “Trust Sensorium”Future Food Isan TALK จากวัตถุดิบท้องถิ่นThe Science of Zap: วิทยาศาสตร์เบื้องหลังความแซ่บแบบ Verynortheastdernทัวร์สร้างสรรค์ (Tour)เว่าให้ฟังWhen Chinese Greet Isanขอนแก่น จากลอง Stay สู่ Stay LongHugschool of creative artsเวิร์กช็อป (Creative Workshop)ปั้นงานสร้างสรรค์เซรามิกหอมกลิ่นถิ่นอีสานทำปกสมุดลายผ้าขาวม้าอัมรา Eco craftsหทัยรัตน์ หอมไกรลาศอีสานมิลล์เชคกล้วยปิ้งทับช็อคโกแลตทัฟเฟิล:รสลาบจัดช่อดอกไม้สไตล์ไทยเข็มกลัดขอนแก่นในแบบของคุณมัดใจ MacrameDigital detox workshop(อัพเดทล่าสุดครับ) ร้อยลูกปัดจากดินพื้นถิ่นลำน้ำพองวัยรุ่นเสื้อปุ๋ยIsan Paletteจัดสวนถาด By TAN & TREECrafting the Mind: คราฟต์สุขภาวะวัยเก๋า ให้สมองสุดเดิ้นศิลปะนิทานคามิชืไบพิซซ่าโฮมเมดสไตล์อีสานฝึกพยากรณ์เทรนด์ให้เป็นทักษะbookbinding leather coverKUCK KUCK ART SPACEตลาดสร้างสรรค์ (D-Kak Market)ชีวิน คราฟท์ชราชนSunset GelatoAkin_accessoriesเซเวอ.เล่อออบัดดี้แคนดี้คลับคราฟท์แบล็คแคท เดอะ รีปเปอร์พาย.มี่รวมโตคราฟต์ART and SOULบุญสร้างสวนขวดแก้วบุญสร้างสวนขวดแก้วGRaVity.CLothEsพิมพ์นาดาKoon Khai ceramicChoo Handmade สินค้าแฮนเมด ของฝากขอนแก่น สมุดผ้าขาวม้า ไดโนเสาร์ขอนแก่นMachii Monster × No More Flowersหอม-กลิ่น-ดินติงค์ โซบ้านเส้นฝ้ายใยไหมแขกเต้ย พอทเทอรี่เซคคันไดอารี่In Situ Art-archPOR Sandalwood Facial Oil MoisturizerKALB studioกลุ่มแมงมุมลายธรรมด้วยใจ Ecoprintpeach.muujai.coGIGGIGสุชัย คราฟดรณ์ สตูดิโอเมซง พงษ์ศักดิ์Mathtaraแจ็คเก็ตจุฑาทิพยุวนิช บาย เที่ยงธรรมโอสถอีสาน คิวบิสฑีตาโฟล์คชาร์มนิตดาศิลักษ์ คราฟต์สโตร์KOTCHERชาเขียวกะป้อสาขาบึงแก่นนครหอม มะตะบะมา-กิน-ดิ ทาโกะยากิเล็งพาณิชย์เเล้วพาณิชย์เล่งพาณิชย์เเล่งพาณิชย์ทาร์ตคุกกี้ กล้วยน้อย1DAD (หนึ่งแดด)มัฟฟ่อนFryer Tomสำราญโรจน์กู๊ดบีนส์ คาเฟ่เบลลาโต้สุภัทราข้าวหมากทองสดรณกรไส้กรอกอีสานบ้านสวนดากานดา DAKANDA THE GARDENN&N สตรอเบอรี่ปั่นNAMNAM – อาหารเกาหลีชาอีหล่าเยลโล่ว ซีซั่นโตเกียวบรรทัดทองBlink Juice by Ping Singสุวิทย์ นิลยองกูร์เมต์พิซซ่าโฮมเมดห้างหุ้นส่วนจำกัดบ้านไร่รู้ตะวันUkiyo! Japanese Foodtruckติมเด้อ เจลาโต้ทอดเทียมสูตรคุณแม่ TODTAIMKKCลูกชิ้นตีลังการสแห่งนวัตกรรม โดย มิตรผลวิจัยทวิสต์ – เพรทเซล แอนด์ มอร์SAMADUL FOODS อาหารเพื่อผู้ป่วยกลืนลำบาก จากภูมิปัญญาสู่ Food Innovationแก่นสยามอินเตอร์เทรดจี่เกียอาหารอีสานสันดานญี่ปุ่นเฮ้! โคโค่ พาซาญ่า บริษัทสินไซโมเดล จำกัด (วิสาหกิจเพื่อสังคม)jaisuparp studioRESINDROMEมินตรา คราฟLuckPinสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเข้าร่วมจัดเทศกาลฯ ได้ที่อีเมล: program.isancf@cea.or.th เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 256911 – 19 กรกฎาคม 2569#ISANCREATIVEFESTIVAL#เทศกาลอีสานสร้างสรรค์#ISANCF2026#NORTHEASTMODERN

824

เดิ้นจากราก ม่วนจากภาพ สู่ Key Visual ของ ISANCF 2026 เบื้องหลังงานออกแบบอีสานร่วมสมัย โดย ก-ฮ สตูดิโอ

Key Visual ของ ISAN Creative Festival ในแต่ละปี ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงภาพหลักของเทศกาล แต่ยังเป็นเหมือนประตูบานแรกที่พาเราเข้าไปเห็นแนวคิดของงานทั้งหมดสำหรับ ISANCF 2026 ภายใต้โจทย์ นอร์ทอีส – เดิ้น: NORTHEAST MODERN พร้อมสรรพ | ปรับตัว | ม่วนมิตร งานออกแบบ Key Visual ปีนี้ถูกถ่ายทอดผ่านมุมมองของ ก-ฮ สตูดิโอ สตูดิโอออกแบบจากขอนแก่น ที่หยิบรากวัฒนธรรมอีสานมาตีความใหม่ให้กลายเป็นภาษาภาพที่สนุก มีชีวิต และเคลื่อนไปข้างหน้า“เราไม่ได้เกิดขึ้นมาลอย ๆ มันมีรากที่ไกลมากเลย”ประโยคนี้ของคุณขาม จาตุรงคกุล อธิบายแกนสำคัญของงานชุดนี้ได้ชัดเจน เพราะ Key Visual ปีนี้ไม่ได้เป็นเพียงการหยิบลวดลายท้องถิ่นมาใช้ แต่เป็นการมองอีสานในฐานะพื้นที่ที่มีราก มีความทรงจำ และมีศักยภาพในการปรับตัวไปสู่อนาคตจากฮูปแต้ม สู่ภาษาภาพใหม่ของอีสานก่อนมาถึง Key Visual ชุดนี้ ก-ฮ สตูดิโอ เคยทำงานกับฮูปแต้ม หรือจิตรกรรมฝาผนังอีสาน ร่วมกับ CEA และ TCDC มาก่อน โดยเฉพาะการนำภาพเขียนโบราณมาตีความใหม่ให้สื่อสารกับคนยุคปัจจุบันมากขึ้นประสบการณ์นั้นกลายเป็นฐานสำคัญในการทำงานครั้งนี้ เพราะฮูปแต้มไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงภาพเก่า แต่เป็นคลังเรื่องเล่า ตัวละคร เส้น สี และจินตนาการของอีสาน ที่สามารถนำมาขยับ พลิก และเล่าใหม่ได้อีกหลายทางเมื่อเจอกับโจทย์ NORTHEAST MODERN ทีมจึงไม่ได้มองอีสานสมัยใหม่ว่าเป็นการทำให้อีสานกลายเป็นสิ่งอื่น แต่เป็นการมองเห็นว่าอีสานมีความร่วมสมัยอยู่แล้ว“อีสานเป็นตัวของเขาเองอยู่แล้ว เขาเป็นคนสมัยใหม่อยู่แล้ว”ในมุมมองของคุณขาม คนอีสานไม่ได้เป็นเพียงผู้รับความเปลี่ยนแปลง แต่เป็นคนที่ออกไปเรียนรู้ ทำงาน เชื่อมต่อกับโลกภายนอก แล้วกลับมาพัฒนาบ้านเกิดของตัวเอง พร้อมประสบการณ์ เครือข่าย และมุมมองใหม่ ๆ“คนอีสานกลับมาพัฒนาบ้านตัวเองไม่ได้มาแบบคนเดียว แต่ดึงคอนเนคชั่น ดึงความเชื่อมต่อกลับมาด้วย”นี่จึงเป็นหัวใจของ Key Visual ปีนี้ ที่ไม่ได้เล่าอีสานแบบโบราณเพียงอย่างเดียว และไม่ได้เล่าอีสานแบบสมัยใหม่ที่ตัดขาดจากรากเดิม แต่พยายามวางทั้งสองอย่างให้อยู่ร่วมกันเมื่อคาแรกเตอร์จากอดีต เดินเข้าสู่อุตสาหกรรมสร้างสรรค์หนึ่งในจุดเด่นของ Key Visual ปีนี้ คือการสร้างคาแรกเตอร์ที่เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์หลากหลายแขนง ทั้งดนตรี ภาพยนตร์ การแสดง เกม แอนิเมชัน แฟชั่น งานคราฟต์ ศิลปะ ออกแบบ และอาหารทีมไม่ได้สร้างตัวละครขึ้นมาแบบลอย ๆ แต่หยิบสัตว์ ตัวละคร และสัญลักษณ์จากเรื่องเล่าและจิตรกรรมฝาผนังอีสานมาตีความใหม่ เช่น ยักษ์ กระต่าย เสือ นกฮูก ปลา นกยูง นาค ไก่ และหมูป่า แล้วจับคู่กับความหมายร่วมสมัยของแต่ละหมวดยักษ์ที่เคยน่ากลัวในภาพโบราณ ถูกลดทอนให้กลายเป็นนักดนตรีที่มีพลัง สนุก และมีแฟชั่นของยุคปัจจุบัน กระต่ายเชื่อมโยงกับดวงจันทร์และถนนศรีจันทร์ นกฮูกกลายเป็นตัวแทนของเกมและแอนิเมชัน ปลาเชื่อมกับงานคราฟต์และวิถีอาหาร ขณะที่ไก่และหมูป่าถูกนำมาเล่าผ่านวัฒนธรรมอาหารอีสาน“เราจะแมตช์กันระหว่างความหมายในปัจจุบันกับตัวละครที่มีอยู่ในอดีต มาตีความใหม่”การออกแบบคาแรกเตอร์เหล่านี้จึงไม่ใช่แค่การทำให้ภาพดูสนุก แต่เป็นการทำให้ตัวละครจากอดีตเดินเข้ามาอยู่ในบริบทปัจจุบัน และกลายเป็นตัวแทนของอีสานที่พร้อมปรับตัวสี เส้น และรูปทรงที่มีรากจากอีสานในด้านภาษาภาพ ทีมเลือกใช้โทนสีที่อ้างอิงจากฮูปแต้มและจิตรกรรมฝาผนังอีสาน เช่น น้ำเงิน เหลือง ครีม และฟ้าอ่อน ก่อนจะผสานเข้ากับสีเขียวซึ่งเป็นสีหลักจากโจทย์ของเทศกาล ทำให้งานมีทั้งความสดใหม่และความเชื่อมโยงกับรากของพื้นที่ส่วนรูปทรงและระบบกราฟิก ถูกพัฒนาจากความเป็นเหลี่ยมของงานจักสาน ลายผ้า และโครงสร้างพื้นถิ่น เมื่อมองใกล้จะเห็นเส้นตัด เส้นไขว้ และความแข็งแรงของรูปทรง แต่เมื่อมองรวมกันในระยะไกล องค์ประกอบเหล่านี้กลับให้ความรู้สึกคล้ายวงกลม คล้ายโลก หรือพื้นที่ที่ทุกอย่างเข้ามารวมกันนี่คือวิธีที่ทีมแปลงความเป็นอีสานให้เชื่อมกับความเป็นสากล โดยไม่ต้องละทิ้งโครงสร้างเดิมของตัวเองพลังใหม่ของอีสาน: เท่าเทียม เชื่อมต่อ และผสมผสานเมื่อพูดถึงอีสานในอนาคต คุณขามมองว่าพลังใหม่ของอีสานไม่ได้อยู่ที่การมีภาพลักษณ์ทันสมัยขึ้นเท่านั้น แต่อยู่ที่การที่ผู้คนมีเครื่องมือ มีความรู้ และมีโอกาสเชื่อมต่อกันมากขึ้น“เรามีอุปกรณ์เท่ากันแล้ว คนที่อีสานก็มีความรู้ไม่แตกต่างจากที่กรุงเทพฯ แล้ว ทีนี้มันอยู่ที่ความคิดสร้างสรรค์”พลังแรกคือความเท่าเทียมด้านเทคโนโลยีและการสื่อสาร พลังที่สองคือการเชื่อมโยงระหว่างผู้คน สถาบันการศึกษา ระบบเศรษฐกิจ ศิลปิน นักออกแบบ ผู้ประกอบการ และชุมชน ส่วนพลังที่สามคือการผสมผสานข้ามศาสตร์ ที่ทำให้สิ่งใหม่เกิดขึ้นได้จากการทำงานร่วมกันสำหรับ ก-ฮ สตูดิโอ คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่การนิยามอีสานให้ตายตัว แต่อยู่ที่การทำงานต่อเนื่องกับรากของพื้นที่ ทดลองตีความใหม่ เชื่อมต่อผู้คน และปล่อยให้ความเป็นอีสานค่อย ๆ ปรากฏผ่านงานสร้างสรรค์ที่หลากหลายขึ้นเรื่อย ๆKey Visual ของ ISANCF 2026 จึงไม่ใช่แค่งานออกแบบประจำเทศกาล แต่เป็นภาพของอีสานที่มีราก มีจังหวะของตัวเอง และกำลังชัดขึ้นในฐานะอีสานสไตล์ที่ไม่ต้องลอกใคร

118

CEO TALK | The Rise of ISAN Economy: เมื่อ "คนพร้อม" และ "ทุนพร้อม" ถึงเวลาของอีสาน

“อีสานไม่ได้เป็นเพียงฟันเฟืองของเศรษฐกิจไทย แต่กำลังก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของประเทศ”เปิดนิยามอีสานยุคใหม่จาก ธนพล ภู่พันธุ์ศรี กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) บนเวที CEO TALK | The Rise of ISAN Economy: คนพร้อม ทุนพร้อม ถึงเวลาของอีสาน ไม่ได้เป็นเพียงคำกล่าวต้อนรับ หากแต่เป็นการชวนผู้ฟังมองเห็นบทบาทใหม่ของภาคอีสาน ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกกำลังเปลี่ยนผ่าน และ “ความคิดสร้างสรรค์” กำลังกลายเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญของการเติบโตเวทีเสวนาหลักเทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2569 ครั้งนี้ โดยผู้แทนจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB) มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองต่ออนาคตของอีสาน ผ่านประเด็นเศรษฐกิจ การลงทุน เมืองสร้างสรรค์ และโอกาสใหม่ของภูมิภาค โดยมี กิตติ สิงหาปัด ผู้ประกาศข่าวและพิธีกรรายการ “ตุ้มโฮม” รับหน้าที่ดำเนินรายการจาก “ปัญหา” สู่ “โอกาส”กิตติ เปิดวงสนทนาด้วยการชวนทุกคนมองอีสานในอีกมุมหนึ่ง“วันนี้เราไม่พูดเรื่องปัญหา”ประโยคสั้น ๆ นี้ กลายเป็นจุดตั้งต้นของบทสนทนาทั้งเวที เพราะแทนที่จะย้อนกลับไปพูดถึงภาพจำเดิมของอีสาน ทั้งเรื่องความแห้งแล้ง ความเหลื่อมล้ำ หรือการย้ายถิ่นฐาน แต่กลับชวนมองว่าอีสานในวันนี้กำลังเปลี่ยนไปอย่างมากเมื่อโลกผันผวน…อีสานกลับกลายเป็นพื้นที่แห่งโอกาสปุญญวิชญ์ เศรษฐ์สมบูรณ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ชวนผู้ร่วมงานมองภาพใหญ่ของเศรษฐกิจโลก ตั้งแต่สงครามการค้า ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ไปจนถึงต้นทุนพลังงานและค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นแม้วิกฤตเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก แต่ในอีกด้านหนึ่ง กลับทำให้หลายประเทศเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับ Food Security หรือความมั่นคงทางอาหารมากยิ่งขึ้นและนี่คือจุดแข็งของอีสานภาคอีสานมีพื้นที่ถือครองทำการเกษตรมากที่สุดในไทย และเป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวหอมมะลิหลักของประเทศ รวมถึงมันสำปะหลัง อ้อย และพืชเศรษฐกิจสำคัญอีกจำนวนมาก จึงมีศักยภาพในการเป็นฐานความมั่นคงทางอาหารของประเทศและภูมิภาคแต่โอกาสของอีสานไม่ได้หยุดอยู่แค่ภาคเกษตร ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยยังสะท้อนว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ภาคบริการของอีสานเติบโตเร็วกว่าภาพรวมเศรษฐกิจ โดยเฉพาะธุรกิจท่องเที่ยว ร้านอาหาร บริการสุขภาพ และอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) ขณะที่ผู้เยี่ยมเยือนจากนอกภูมิภาคก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังสถานการณ์โควิด-19จากฐานการผลิต สู่ฐานการลงทุนแห่งใหม่มุมมองดังกล่าวสอดคล้องกับ วรรณนิกา พิภพไชยสิทธิ์ ผู้อำนวยการศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ 3 สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ที่ชี้ว่า การเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกกำลังทำให้อีสานเป็นพื้นที่ที่นักลงทุนจับตามองมากขึ้นนอกจากจะเป็นฐานการผลิตอาหารแล้ว อีสานยังมีศักยภาพด้านอุตสาหกรรม BCG (Bio-Circular-Green Economy) พลังงานหมุนเวียน สุขภาพ เวชศาสตร์ชะลอวัย (Longevity) ดิจิทัลและโครงสร้างพื้นฐานใหม่ที่กำลังเติบโต“เราเรียกว่าเป็น BCG Capital”วรรณนิกา อธิบายว่า การลงทุนในภาคอีสานปัจจุบันไม่ได้มาจากผู้ประกอบการในพื้นที่เพียงอย่างเดียว แต่เริ่มมีนักลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาศึกษาและมองหาโอกาสใหม่ โดยเฉพาะในช่วงที่โลกกำลังปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานและมองหาฐานการผลิตแห่งใหม่เมื่อถูกถามว่าอุตสาหกรรมใดได้รับความสนใจมากที่สุด เธอระบุว่า กลุ่มพลังงานทดแทนยังคงมาเป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาคืออุตสาหกรรมอาหาร การแปรรูปอาหาร รวมถึงธุรกิจด้านการแพทย์ สุขภาพ และดิจิทัลMICE ไม่ใช่แค่การจัดงาน แต่คือการสร้างเศรษฐกิจของเมืองอีกหนึ่งประเด็นสำคัญของเวที คือบทบาทของอุตสาหกรรมไมซ์ ที่ ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB) อธิบายว่า การพัฒนาเมืองในอนาคต ไม่สามารถวัดได้จากจำนวนนักท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียวศุภวรรณชวนให้มองความแตกต่างระหว่าง Visitor Economy กับ Meeting EconomyVisitor Economy คือเศรษฐกิจที่เกิดจากผู้มาเยือนทั่วไป ซึ่งสร้างรายได้ผ่านโรงแรม ร้านอาหาร และการท่องเที่ยว แต่ Meeting Economy คือเศรษฐกิจที่เกิดจากการดึงนักธุรกิจ นักลงทุน นักวิจัย ผู้ประกอบการ และผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลกมาพบกัน จนนำไปสู่การลงทุน การจับคู่ธุรกิจ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และโอกาสใหม่ของเมืองพร้อมยกตัวอย่างการพัฒนาของขอนแก่น จากเมืองราชการในอดีต สู่การเป็น MICE City ที่กำลังผลักดันตัวเองสู่การเป็นเมืองประชุมนานาชาติ ผ่านความร่วมมือของภาครัฐ มหาวิทยาลัย และภาคธุรกิจAdaptive Economy เมื่อข้อจำกัด กลายเป็นต้นทุนของการสร้างสรรค์ช่วงท้ายของเวทีเสวนา พิชิต วีรังคบุตร รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) อธิบายแนวคิด Adaptive Economy ซึ่งเป็นหนึ่งในแกนสำคัญของเทศกาลอีสานสร้างสรรค์ปีนี้เศรษฐกิจสร้างสรรค์ไม่ใช่สูตรสำเร็จที่สามารถคัดลอกจากประเทศอื่นได้ เพราะทุกพื้นที่ต่างมีบริบท ผู้คน และวัฒนธรรมที่แตกต่างกันสิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การลอกโมเดล แต่คือการใช้ “สินทรัพย์ของพื้นที่” มาตีความใหม่ (Reframe) และสร้างคุณค่าใหม่ (Value Creation)“ของเดิมไม่ได้หายไป แต่เรากำลังสร้างเครื่องยนต์ใหม่”CEA จึงเลือกใช้กรอบ Adaptive Economy สำหรับอีสาน เพราะเชื่อว่าข้อจำกัดเดิม ไม่ว่าจะเป็นสภาพภูมิประเทศ ทรัพยากร หรือเงื่อนไขทางเศรษฐกิจล้วนสามารถกลายเป็นจุดเริ่มต้นของนวัตกรรม ธุรกิจ และเมืองรูปแบบใหม่ได้หากรู้จักมองให้เป็นโอกาสหัวใจสำคัญคือ การสร้าง Creative Ecosystem ระบบนิเวศที่เชื่อมโยงผู้คน นักสร้างสรรค์ ผู้ประกอบการ สถาบันการศึกษา ภาครัฐ และภาคเอกชนเข้าด้วยกัน เพื่อให้เศรษฐกิจสร้างสรรค์สามารถเติบโตได้ด้วยตัวเองในระยะยาวเมื่อ “คนพร้อม” และ “ทุนพร้อม” สิ่งที่ต้องสร้างต่อคือระบบนิเวศเวทีเสวนาครั้งนี้ ฉายมุมมองสำคัญต่อภูมิภาค อีสาน ที่ไม่ได้ขาดคนเก่ง ไม่ได้ขาดทรัพยากร และไม่ได้ขาดโอกาสแต่วันนี้พร้อมสรรพด้วยศักยภาพที่มีอยู่ และเชื่อมโยงให้เกิดการทำงานร่วมกัน ทั้งข้อมูล เงินทุน ความรู้ การลงทุน การศึกษา ความคิดสร้างสรรค์ และความร่วมมือระหว่างทุกภาคส่วน เพื่อสร้างระบบนิเวศที่ทำให้ผู้คนและธุรกิจเติบโตไปพร้อมกันเวที CEO TALK | The Rise of ISAN Economy ไม่ได้พยายามตอบคำถามว่า “อีสานจะเติบโตหรือไม่” แต่ชวนทุกคนร่วมกันมองว่า การเติบโตของภูมิภาคแห่งนี้ จะเกิดขึ้นได้อย่างไร เมื่อคนพร้อม ทุนพร้อม และทุกภาคส่วนพร้อมเดินไปในทิศทางเดียวกันเพราะในท้ายที่สุด การเติบโตของอีสานอาจไม่ได้เริ่มต้นจากการสร้างสิ่งใหม่ทั้งหมด หากแต่อยู่ที่การมองเห็นคุณค่าของสิ่งที่มีอยู่ แล้วร่วมกันเปลี่ยนต้นทุนเดิมให้กลายเป็นโอกาสใหม่ของภูมิภาค และของประเทศไทยในอนาคต_เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 256911 – 19 กรกฎาคม 2569ติดตามความเคลื่อนไหวและกิจกรรมที่สนใจได้ที่Website: isancreativefestival.comLine: @isancfFacebook: isancreativefestivalInstagram: @isancreativefestival#ISANCREATIVEFESTIVAL #เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ #ISANCF2026#NORTHEASTMODERN

14

ยิ่ง Local ยิ่งไปได้ไกล: ถอดบทเรียนการออกแบบอีสาน จากภูมิปัญญาใกล้ตัวสู่คุณค่าใหม่ระดับโลก

ยิ่ง Local ยิ่งไปได้ไกล: ถอดบทเรียนการออกแบบอีสาน จากภูมิปัญญาใกล้ตัวสู่คุณค่าใหม่ระดับโลกของใกล้ตัวจะกลายเป็นสิ่งที่ผู้คนทั่วโลกมองเห็นคุณค่าและพร้อมจ่ายได้อย่างไร?คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่การทำให้ความเป็นท้องถิ่นดูสากลขึ้น แต่อยู่ที่การเข้าใจรากเดิมให้ลึกพอ แล้วใช้การออกแบบช่วยพาไปสู่บริบทใหม่เวที Design and Creative Talk: Isan Design Local Wisdom to Global Impact ชวนนักสร้างสรรค์จาก 3 สาขามาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ทั้ง คุณชาญวิทย์ อนันต์วัฒนกุล Founder, Wish Architect Design Studio, คุณพราวพรรณ เลาหพงศ์ชนะ CEO / Design Director, Quattro Design และ เชฟแกรนด์ ดลวัฒน์ ศรีสำราญ Founder & Head Chef, Melt Beef และ Elpaso Modern Tapas ดำเนินรายการโดย คุณสารัช เมืองหมุด นักพัฒนากลยุทธ์แหล่งบ่มเพาะธุรกิจสร้างสรรค์อาวุโส CEAแม้ทั้งสามคนทำงานต่างแขนงกัน ทั้งสถาปัตยกรรม เฟอร์นิเจอร์ และอาหาร แต่สิ่งที่เชื่อมโยงกันคือการไม่ได้มองภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นเพียงภาพจากอดีต หากมองเป็น “ทุนที่ยังมีชีวิต” ซึ่งสามารถทดลอง พัฒนา และเข้าไปอยู่ในชีวิตร่วมสมัยได้อีกหลายรูปแบบLocal Wisdom ไม่ได้อยู่แค่ในลวดลาย แต่อยู่ใน “คน”สำหรับคุณชาญวิทย์ หัวใจสำคัญของ Wish Architect Design Studio ไม่ได้อยู่ที่การสร้างสไตล์ทางสถาปัตยกรรมซึ่งมองเห็นแล้วจดจำได้ทันที แต่คือกระบวนการทำงานที่เชื่อม Research, Design และ Construction เข้าด้วยกันแทนที่จะออกแบบเสร็จแล้วส่งแบบให้ช่างทำตาม ทีมสถาปนิกลงไปทำงานหน้างานร่วมกับช่าง มองช่างเป็นส่วนหนึ่งของทีมออกแบบ และเปิดพื้นที่ให้ทุกคนร่วมกันทดลอง แก้ปัญหา และพัฒนารายละเอียดของงานไปพร้อมกัน“เราไม่ได้มาหาช่าง แต่มาหาคนที่มีความรู้จริง และพร้อมดีไซน์ไปด้วยกัน” คือแนวคิดที่ทำให้การทำงานของสตูดิโอค่อย ๆ เติบโตขึ้นจากศักยภาพของคนในพื้นที่สิ่งที่คุณชาญวิทย์มองเห็นในคนอีสานคือ “ความยืดหยุ่น” เมื่อพบโจทย์ใหม่ ทีมงานไม่ได้เริ่มจากคำว่าไม่เคยทำหรือทำไม่ได้ แต่มักตอบกลับด้วยความพร้อมที่จะลอง ความเป็นไปได้ใหม่จึงเกิดขึ้นจากการทำงานร่วมกันมากกว่าการกำหนดคำตอบทั้งหมดไว้ล่วงหน้าแนวคิดนี้ปรากฏอยู่ในหลายโครงการของสตูดิโอ ตั้งแต่การเปลี่ยนตู้คอนเทนเนอร์ที่เหลือในโรงงานให้กลายเป็นบ้าน การนำชิ้นส่วนที่ถูกตัดออกจากบ้านหลังแรกกลับมาสร้างพื้นที่ต่อเติม ไปจนถึงการใช้เศษไม้จากโรงงาน วัสดุรื้อถอน และองค์ประกอบจากอาคารเก่ามาพัฒนาเป็นพื้นที่ใช้งานใหม่วัสดุเหล่านี้ไม่ได้ถูกเลือกเพียงเพราะช่วยลดขยะหรือลดต้นทุน แต่เพราะยังมีความทรงจำและความสัมพันธ์ของเจ้าของพื้นที่ซ่อนอยู่ ไม้จากโรงพิมพ์รุ่นปู่รุ่นพ่อจึงไม่ใช่แค่ไม้เก่า และรอยขีด รอยสี หรือความไม่สมบูรณ์ของอาคารก็ไม่จำเป็นต้องถูกลบทิ้งทั้งหมดการออกแบบจึงไม่ได้เริ่มจากคำถามว่า “จะใส่อะไรใหม่เข้าไป” เสมอไป แต่อาจเริ่มจากการมองให้เห็นว่า สิ่งที่มีอยู่แล้วกำลังบอกเล่าอะไร และเราจะทำให้เรื่องราวนั้นกลับมามีชีวิตในฟังก์ชันใหม่ได้อย่างไรKey Takeaway: ความเป็น Local อาจไม่ได้ปรากฏผ่านรูปทรงแบบพื้นถิ่น แต่อยู่ในวิธีทำงานกับคน วัสดุ และความทรงจำของสถานที่อย่างเข้าใจจากผืนผ้าดอนกอย สู่เฟอร์นิเจอร์ที่พาความเป็นอีสานไปไกลกว่าเดิมในมุมของคุณพราวพรรณ การพาภูมิปัญญาท้องถิ่นไปสู่ตลาดโลก ไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนของเดิมจนไม่เหลือราก แต่คือการออกแบบ “บริบทใหม่” ให้คุณค่าเดิมสามารถสื่อสารกับผู้คนในอีกวัฒนธรรมหนึ่งได้กรณีศึกษาสำคัญคือ Thailand Gallery ณ สถานเอกอัครราชทูตไทย กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งนำผ้าทอจากกลุ่มดอนกอย จังหวัดสกลนคร มาพัฒนาร่วมกับงานเฟอร์นิเจอร์และการตกแต่งพื้นที่ผ้าไทยที่เคยถูกมองในฐานะวัสดุสำหรับเครื่องแต่งกาย ถูกนำมาทดลองใช้กับเก้าอี้ โซฟา หมอน พรม และองค์ประกอบภายใน โดยทีมออกแบบต้องทำความเข้าใจทั้งความหนา ความแข็งแรง พื้นผิว สีธรรมชาติ และข้อจำกัดของการทอ ก่อนเลือกวิธีจัดวางลวดลายให้เข้ากับสัดส่วนของเฟอร์นิเจอร์บางครั้งชุมชนต้องปรับขนาดของลายให้เหมาะกับฐานโซฟา บางครั้งผ้าหลายลายถูกนำมาต่อกันในเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเดียวเพื่อให้ผลงานดูร่วมสมัยขึ้นแต่ยังรักษาภาษาของงานฝีมือดั้งเดิมเอาไว้หัวใจของกระบวนการนี้คือการไม่เข้าไปเปลี่ยนชุมชนมากเกินไป คุณพราวพรรณมองว่านักออกแบบจำเป็นต้องให้เกียรติความรู้ที่มีอยู่ก่อน พร้อมทำหน้าที่ประสานระหว่างทักษะของช่างทอ ความต้องการของตลาด ละการใช้งานในชีวิตจริงผลลัพธ์จึงไม่ได้เกิดจากนักออกแบบฝ่ายเดียว แต่เป็นการ Co-creation ระหว่างผู้สร้างสรรค์หลายฝ่าย ตั้งแต่ช่างทอ นักออกแบบ หน่วยงานภาครัฐ สถานทูต ไปจนถึงพันธมิตรในต่างประเทศสิ่งที่สร้างความประทับใจให้คุณพราวพรรณไม่ใช่เพียงความงามของผ้า แต่คือความเป็นมืออาชีพของกลุ่มช่างทอ ทั้งการสื่อสาร การรักษาเวลา และความสามารถในการผลิตงานให้ตรงตามมาตรฐานของโครงการระดับนานาชาติเมื่อผลงานถูกนำไปจัดแสดง ผู้ชมต่างชาติเริ่มมองเห็นผ้าไทยในอีกมิติหนึ่ง จากสิ่งที่ใช้ตัดเสื้อผ้า ไปสู่วัสดุสำหรับเฟอร์นิเจอร์และไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย ซึ่งสามารถเข้าไปอยู่ในบ้าน โรงแรม และพื้นที่เชิงพาณิชย์ได้จริงนั่นทำให้คำว่า “Luxury” ไม่ได้หมายถึงของราคาแพงเท่านั้น แต่อาจหมายถึงสิ่งที่มีเรื่องราว มีทักษะของมนุษย์อยู่เบื้องหลัง ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ และไม่สามารถผลิตให้เหมือนกันทุกชิ้นได้อย่างสมบูรณ์Key Takeaway: การยกระดับงานคราฟต์ไม่ใช่การทำให้ดูสากลจนสูญเสียตัวตน แต่คือการสร้างรูปแบบการใช้งานใหม่ ซึ่งทำให้ผู้คนมองเห็นและเข้าถึงคุณค่าดั้งเดิมได้ง่ายขึ้นเมื่อรสชาติท้องถิ่นพบกับเทคนิคระดับสากลเชฟแกรนด์เติบโตที่ขอนแก่น ก่อนเดินทางไปศึกษาและเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากห้องครัวในต่างประเทศ ทั้งออสเตรเลียและแคนาดา รวมถึงการทำงานร่วมกับเชฟระดับมิชลิน แต่ในท้ายที่สุด เขาเลือกกลับมาใช้ความรู้เหล่านั้นพัฒนาสิ่งที่อยู่ในบ้านเกิดจุดเริ่มต้นของการออกแบบอาหารสำหรับเชฟแกรนด์ ไม่ได้อยู่ที่การค้นหาวัตถุดิบแปลกใหม่จากต่างประเทศ แต่อยู่ที่การกลับมามองสิ่งใกล้ตัวให้ละเอียดกว่าเดิมตั้งแต่เนื้อวากิวจากผู้ผลิตในขอนแก่น ผักจากฟาร์มท้องถิ่น ไปจนถึงวัตถุดิบคุ้นเคยอย่างปลาร้าและผักแขยง ทุกอย่างสามารถนำไปสร้างเมนูร่วมสมัยได้ เมื่อจับคู่กับความรู้ด้านเทคนิคและความเข้าใจในธรรมชาติของวัตถุดิบที่ Elpaso Modern Tapas เชฟแกรนด์ไม่ได้พยายามเปิดร้านอาหารสเปนแบบดั้งเดิม แต่หยิบแนวคิดของ “ทาปาส” มาใช้เป็นวิธีนำเสนอ ก่อนเติมตัวตนของเชฟจากขอนแก่นลงไป ผ่านอาหารยุโรปที่มี Asian Touch และรสชาติอีสานแทรกอยู่ในรายละเอียดแทนที่จะมองหาวัตถุดิบใหม่จากที่ไกลตัว เชฟแกรนด์เลือกกลับมาสำรวจของดีจากบ้านเกิด แล้วใช้ความรู้และประสบการณ์จากครัวนานาชาติ ช่วยพัฒนาวัตถุดิบอีสานให้กลายเป็นประสบการณ์อาหารร่วมสมัยในแบบของตัวเองเมื่อร้านอาหารเลือกใช้วัตถุดิบจากฟาร์มอย่างต่อเนื่อง ผู้ผลิตก็มีโอกาสพัฒนาคุณภาพและมีตลาดรองรับ ขณะเดียวกัน คนรุ่นใหม่ก็เริ่มมองเห็นว่า ของดีไม่จำเป็นต้องอยู่ไกลบ้านเสมอไปความได้เปรียบของเชฟจากท้องถิ่นจึงไม่ได้มีเพียงความคุ้นเคยกับรสชาติ แต่คือความสามารถในการเข้าใจบริบทของวัตถุดิบ รู้จักผู้ผลิต และมองเห็นความเป็นไปได้ที่คนนอกพื้นที่อาจมองไม่เห็นKey Takeaway: การไปสู่ระดับโลกไม่จำเป็นต้องละทิ้งรสชาติเดิม แต่ต้องเข้าใจแก่นของวัตถุดิบ แล้วใช้เทคนิคและภาษาร่วมสมัยช่วยทำให้คนกลุ่มใหม่เข้าถึงได้“ความเดิ้น” ของอีสาน คือการเข้าใจของเดิม แล้วพาไปข้างหน้าในช่วงท้ายของวงสนทนา คุณสารัชชวนทั้งสามคนตอบคำถามเดียวกันว่า ความเป็น Northeast Modern หรือ “ความเดิ้นของอีสาน” ในมุมของแต่ละคนคืออะไรสำหรับคุณชาญวิทย์ คำตอบคือ ความยืดหยุ่น คนอีสานสามารถปรับตัวเข้ากับพื้นที่ ผู้คน และเงื่อนไขใหม่ได้โดยไม่ติดอยู่กับกรอบเดิม ความยืดหยุ่นนี้ทำให้ทีมงานจากขอนแก่นเดินทางไปทำงานในหลายพื้นที่ เรียนรู้วิถีใหม่ และสร้างความสัมพันธ์กับผู้คนรอบตัวได้อย่างเป็นธรรมชาติสำหรับคุณพราวพรรณ ความเดิ้นคือ แนวคิดด้านความยั่งยืนที่ฝังอยู่ในวิถีชีวิต ก่อนที่คำว่า Sustainability จะกลายเป็นกระแส ผู้คนในชุมชนก็นำวัสดุธรรมชาติมาใช้ ผลิตเท่าที่จำเป็น ถ่ายทอดทักษะระหว่างรุ่น และอยู่ร่วมกับทรัพยากรอย่างรู้คุณค่าอยู่แล้ว ความร่วมสมัยจึงอาจไม่ใช่การคิดสิ่งใหม่ทั้งหมด แต่คือการมองเห็นว่าความรู้เดิมตอบคำถามของโลกปัจจุบันได้อย่างไรส่วนเชฟแกรนด์มองว่า คนรุ่นใหม่อีสานกำลังเดินไปอีกขั้น จากการพยายามค้นหาสิ่งใหม่ มาเป็นการ เข้าใจสิ่งเก่า แล้วเล่าใหม่ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เครื่องดื่ม หัตถกรรม หรือวัฒนธรรม เมื่อองค์ความรู้สมัยใหม่เข้ามาเสริม รากเดิมก็สามารถกลายเป็นสิ่งที่ทำให้โลกภายนอกอยากรู้จักอีสานมากขึ้นสามคำตอบนี้ชี้ให้เห็นตรงกันว่า Local Wisdom ไม่ได้อยู่เฉพาะในวัตถุหรือผลิตภัณฑ์ แต่อยู่ในตัวคน ตั้งแต่วิธีคิด ทักษะ ความสัมพันธ์กับพื้นที่ ไปจนถึงความกล้าทดลองและปรับตัวเพราะยิ่งเข้าใจความเป็น Local ได้ลึกเท่าไร เราก็ยิ่งมีเรื่องราวที่แตกต่าง ชัดเจน และพร้อมเดินทางไปได้ไกลมากขึ้นเท่านั้น_เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 256911 – 19 กรกฎาคม 2569ติดตามความเคลื่อนไหวและกิจกรรมที่สนใจได้ที่Website: isancreativefestival.comLine: @isancfFacebook: isancreativefestivalInstagram: @isancreativefestival #ISANCREATIVEFESTIVAL #เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ #ISANCF2026#NORTHEASTMODERN

3

เมื่อเงินทุนไม่ได้หยุดอยู่ที่เมืองหลวง: ถอดภาพอนาคตการลงทุนอีสานจาก “อีสานดีลโลด”

เมื่อเงินทุนไม่ได้หยุดอยู่ที่เมืองหลวง: ถอดภาพอนาคตการลงทุนอีสานจาก “อีสานดีลโลด”ตลอดระยะเวลา 2 วันของโปรแกรม “อีสานดีลโลด x The Investor Talk in Khon Kaen” ผู้ประกอบการ นักลงทุน ผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัป และผู้ขับเคลื่อนระบบนิเวศธุรกิจจากหลากหลายภาคส่วน ได้มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและสำรวจความเป็นไปได้ใหม่ของการลงทุนในขอนแก่นและภาคอีสานจากเวทีใหญ่ที่ชวนมองทิศทางการลงทุนของภูมิภาค สู่การพูดคุยแบบใกล้ชิดระหว่างนักลงทุนกับผู้ประกอบการ โปรแกรมนี้สะท้อนให้เห็นว่า การพัฒนาธุรกิจจากภูมิภาคจำเป็นต้องอาศัยมากกว่าเงินทุน แต่ยังรวมถึงองค์ความรู้ เครือข่าย และกลไกสนับสนุนที่ช่วยให้ธุรกิจเข้าถึงตลาดและเติบโตได้อย่างเป็นระบบจากศักยภาพของพื้นที่ สู่ศูนย์กลางการลงทุนระดับภูมิภาคกิจกรรมเริ่มต้นด้วย “อีสานดีลโลด The Investor Talk in Khon Kaen” เวทีที่ชวนมองภาพการลงทุนในวันที่แหล่งเงินทุนไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะเมืองหลวง พร้อมสำรวจศักยภาพของอีสานผ่านมุมมองของนักลงทุนและผู้เชี่ยวชาญประเด็นพูดคุยครอบคลุมทั้งโอกาสของ Private Capital กลไกสนับสนุนธุรกิจสตาร์ทอัป แนวทางพัฒนา Regional Investment Hub ตลอดจนความเป็นไปได้ของกองทุนระดับภูมิภาค ซึ่งอาจช่วยให้ธุรกิจอีสานเข้าถึงเงินทุน เครือข่าย และโอกาสทางการตลาดได้มากขึ้นเตรียมธุรกิจให้พร้อม ก่อนเดินเข้าสู่โลกของการลงทุนโปรแกรมต่อเนื่องด้วย “อีสานดีลโลด The Investor Talk in Khon Kaen: VC Mentoring” พื้นที่ให้คำปรึกษาแบบใกล้ชิด ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้พูดคุยกับนักลงทุนและผู้เชี่ยวชาญโดยตรงผู้เข้าร่วมได้ร่วมกันทบทวนโมเดลธุรกิจ วิเคราะห์จุดแข็งและความเสี่ยง วางแผนการระดมทุน และปรับทิศทางการเติบโตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดและความคาดหวังของนักลงทุนบรรยากาศตลอดทั้ง 2 วันจึงเต็มไปด้วยการแลกเปลี่ยนระหว่างคนที่กำลังสร้างธุรกิจกับผู้ที่มีองค์ความรู้ เครือข่าย และเงินทุน ซึ่งพร้อมสนับสนุนให้แนวคิดเหล่านั้นเดินทางไปได้ไกลกว่าเดิมเพราะระบบนิเวศการลงทุนของภูมิภาคอาจไม่ได้เริ่มต้นจากดีลขนาดใหญ่เพียงครั้งเดียว แต่เริ่มจากการสร้างพื้นที่ให้คน เงินทุน ความรู้ และโอกาส ได้มาเชื่อมโยงกันในจังหวะที่เหมาะสม“อีสานดีลโลด x The Investor Talk in Khon Kaen” จึงเป็นมากกว่าเวทีพูดคุยเรื่องการลงทุน แต่เป็นอีกหนึ่งจุดเริ่มต้นของการวางรากฐานให้ขอนแก่นและภาคอีสานเติบโตสู่การเป็น Regional Investment Hub ที่แข็งแรง และเชื่อมต่อกับเครือข่ายธุรกิจในระดับประเทศและนานาชาติได้มากขึ้นจัดโดย Canvas Ventures International ร่วมกับ หอการค้าจังหวัดขอนแก่น สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA และสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB_เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 256911 – 19 กรกฎาคม 2569ติดตามความเคลื่อนไหวและกิจกรรมที่สนใจได้ที่Website: isancreativefestival.comLine: @isancfFacebook: isancreativefestivalInstagram: @isancreativefestival #ISANCREATIVEFESTIVAL #เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ #ISANCF2026#NORTHEASTMODERN

1

ISAN Creative Talk: อีสานเดิ้น (ISAN Modern) จากรากเดิมสู่โอกาสใหม่ พลิกโฉมอีสานอย่างไรให้ ‘เดิ้น’

ISAN Creative Talk: อีสานเดิ้น (ISAN Modern) จากรากเดิมสู่โอกาสใหม่ พลิกโฉมอีสานอย่างไรให้ ‘เดิ้น’อีสานมีของดีอยู่มากมาย แต่จะทำอย่างไรให้สิ่งเหล่านั้นไม่หยุดอยู่เพียงความภาคภูมิใจของคนในพื้นที่ และสามารถเติบโตเป็นสินค้า ธุรกิจ อาชีพ หรือประสบการณ์ที่ผู้คนจากภายนอกอยากเข้ามาทำความรู้จักบทสนทนาครั้งนี้รวบรวม 5 มุมมองจากคนทำงานต่างสาขา แต่มีจุดร่วมเดียวกันคือการนำต้นทุนจากบ้านเกิดมาต่อยอด ได้แก่ คุณม๊าเดี่ยว อภิเชษฐ์ เอติรัตนะ ดีไซเนอร์และครีเอเตอร์สายแฟชั่น, คุณแน้ง วิญาณี วงษ์ธรรม ผู้ก่อตั้งแบรนด์ POR (พอร์), คุณป้อม ศุภชัย มิ่งขวัญ เจ้าของไร่ภูตะวัน Organic Seeds & Farm, คุณอ๊อด ปกรณ์ แก้ววงษา เจ้าของเพจประเทดอุบล และ คุณพล ทวีพล พวงแก้ว Co-founder สิงห์ท่า เธียเตอร์ดำเนินรายการโดย คุณเคน นครินทร์ วนกิจไพบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและบรรณาธิการบริหาร บริษัท เดอะสแตนดาร์ด จำกัด ซึ่งเปิดเวทีด้วยคำถามชวนคิดว่า อีสานมีของดีอะไรซ่อนอยู่บ้าง และจะทำอย่างไรให้สิ่งเหล่านั้นไม่หยุดอยู่แค่ในพื้นที่ แต่สามารถเดินทางไปสร้างคุณค่าได้ไกลกว่าเดิมของดีอีสานคืออะไร?คำถามแรกดูเหมือนเรียบง่าย แต่คำตอบจากทั้ง 5 คนกลับพาไปเห็น “ของดี” ในมิติที่แตกต่าง ตั้งแต่สิ่งของธรรมดา พืชที่ถูกลืม เทคโนโลยีการเกษตร ผู้คน ไปจนถึงพื้นที่ซึ่งเก็บความทรงจำของเมืองเอาไว้ม๊าเดี่ยว: ของดีอยู่รอบตัว อย่ากลัวที่จะหยิบมาใช้สำหรับ ม๊าเดี่ยว อภิเชษฐ์ เอติรัตนะ ของดีอีสานไม่ได้จำกัดอยู่ในผลิตภัณฑ์ชิ้นใดชิ้นหนึ่ง แต่มีอยู่ในทุกประสาทสัมผัส ทั้งรูป รส กลิ่น เสียง วัสดุ ดนตรี อาหาร และวิถีชีวิตเครื่องสาน ผ้าขาวม้า หรือของใช้ธรรมดาในบ้าน อาจเป็นเพียงสิ่งที่คนในพื้นที่เห็นอยู่ทุกวัน แต่ในสายตาของนักออกแบบ สิ่งเหล่านี้สามารถกลายเป็นแฟชั่น งานศิลปะ หรือวัตถุดิบของคอนเทนต์ร่วมสมัยได้“อีสานมีดีทั้งรูป รส กลิ่น และเสียง จริง ๆ มันมีทุกอย่าง”ม๊าเดี่ยวมองว่า หลายครั้งอุปสรรคไม่ได้อยู่ที่อีสานไม่มีของดี แต่อยู่ที่คนทำงานสร้างสรรค์ยังกลัวว่าสิ่งที่หยิบมาใช้จะดูเชยหรือไม่เข้ากับกระแส จึงฝากวิธีคิดตรงไปตรงมาว่า อย่ากลัวสายตาของคนอื่น และอย่ากลัวที่จะทดลองกับสิ่งใกล้ตัวการพาวัฒนธรรมไปข้างหน้าก็ไม่จำเป็นต้องเก็บทุกอย่างไว้ในรูปแบบเดิม แต่สามารถนำไปผสมผสานกับวัฒนธรรมอื่นได้ คล้ายการผสมสีให้เกิดเฉดใหม่ โดยยังรู้ว่าสีตั้งต้นมาจากไหนในโลกของสื่อ ม๊าเดี่ยวยังมองว่า ผู้ชมอาจไม่ได้ต้องการคอนเทนต์ที่สมบูรณ์แบบทุกจังหวะ แต่กำลังมองหาความจริง ความเป็นมนุษย์ และเบื้องหลังที่ทำให้รู้สึกเชื่อมโยงได้ ความ “เดิ้น” จึงอาจเป็นการกล้าเล่ารากของตัวเองอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่จำเป็นต้องปรุงแต่งจนสูญเสียตัวตนแน้ง: กลับบ้านพร้อมสายตาคู่ใหม่ แล้วพบคุณค่าในปอแก้วก่อนกลับมาทำการเกษตรที่บ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น แน้ง วิญาณี วงษ์ธรรม ผู้ก่อตั้งแบรนด์ POR (พอร์) เคยทำงานเป็นวิศวกรอยู่ในกรุงเทพฯ กระทั่งความเปลี่ยนแปลงในช่วงโควิดทำให้เธอกลับมาตั้งคำถามถึงความมั่นคงของชีวิตและอาชีพเมื่อกลับบ้าน เธอเริ่มสำรวจว่าพื้นที่มีทรัพยากรอะไร และจะสร้างทางเลือกใหม่ให้เกษตรกรได้อย่างไร จนมาพบกับ “ปอแก้ว” พืชที่เคยปลูกในอีสานเพื่อใช้ประโยชน์จากเส้นใย ก่อนจะค่อย ๆ ถูกลดบทบาทลงเมื่อวัสดุสังเคราะห์เข้ามาแทนที่สิ่งที่คนทั่วไปอาจมองเป็นเพียงวัชพืชหรือพืชสำหรับทำกระสอบ กลับมีศักยภาพซ่อนอยู่ในเมล็ด ลำต้น ใบ และเส้นใย แน้งจึงเริ่มสะสมเมล็ดพันธุ์ ศึกษาข้อมูล ทำงานร่วมกับห้องปฏิบัติการ มหาวิทยาลัย และเกษตรกร ก่อนพัฒนาไปเป็นผลิตภัณฑ์ดูแลผิวภายใต้แบรนด์ POR“เราปลูกคุณค่าผ่านพืช แล้วก็ขายคุณค่าผ่านผลิตภัณฑ์”ประโยคนี้สะท้อนว่า ธุรกิจของเธอไม่ได้หยุดอยู่ที่การนำพืชมาแปรรูปเป็นสินค้า แต่กำลังสร้างระบบที่เชื่อมตั้งแต่แปลงปลูก เกษตรกร งานวิจัย การแปรรูป ไปจนถึงผู้บริโภคในยุคที่ลูกค้าไม่ได้สนใจเพียงคุณสมบัติของสินค้า แต่ต้องการรู้ว่าวัตถุดิบมาจากไหน ใครเป็นผู้ผลิต ดูแลคนและสิ่งแวดล้อมหรือไม่ ความโปร่งใสและความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับจึงกลายเป็นคุณค่าของแบรนด์“อีสานเดิ้น” ในมุมของแน้ง จึงไม่ใช่การแต่งหน้าของเดิมให้ดูใหม่เท่านั้น แต่คือการนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และผู้คนหลายภาคส่วนมาร่วมกันสร้างระบบที่ทำให้ทรัพยากรท้องถิ่นเติบโตได้จริงป้อม: ความแห้งแล้งไม่ใช่อุปสรรค เมื่อเกษตรกรวางแผนแบบผู้ประกอบการ ป้อม ศุภชัย มิ่งขวัญ เจ้าของไร่ภูตะวัน Organic Seeds & Farm เติบโตในครอบครัวเกษตรกรที่จังหวัดอำนาจเจริญ ก่อนเดินทางไปเรียนรู้และทำงานด้านเกษตรในประเทศอิสราเอลการได้เห็นพืชเติบโตท่ามกลางทะเลทราย ทำให้เขาตระหนักว่า สภาพภูมิอากาศไม่ใช่ข้อจำกัด หากรู้จักใช้เทคโนโลยี การบริหารจัดการน้ำ ระบบโรงเรือน และการวางแผนการผลิตอย่างเหมาะสมเมื่อกลับอีสาน ป้อมจึงไม่ได้เพียงนำเทคโนโลยีกลับมา แต่ยังนำวิธีคิดเรื่องการรวมกลุ่มและการวางตลาดก่อนผลิตมาปรับใช้ จากเดิมที่เกษตรกรต่างคนต่างปลูกแล้วค่อยหาที่ขาย เปลี่ยนเป็นการศึกษาก่อนว่าตลาดต้องการอะไร ต้องการปริมาณเท่าใด และต้องส่งมอบอย่างต่อเนื่องแค่ไหนเมื่อรู้ว่าลูกค้าต้องการผลผลิตตลอดทั้งปี จึงค่อยย้อนกลับมาออกแบบระบบโรงเรือน วงจรการเพาะปลูก และเครือข่ายเกษตรกรให้สอดคล้องกับความต้องการนั้น“เกษตรทุกวันนี้ไม่ได้แข่งกันที่ราคาขาย แต่แข่งกันว่าใครมีต้นทุนการผลิตต่ำที่สุด”เทคโนโลยีสำหรับป้อมจึงไม่ใช่เครื่องประดับของฟาร์ม แต่ต้องช่วยลดต้นทุน ลดแรงงาน ควบคุมคุณภาพ และทำให้เกษตรกรคาดการณ์รายได้ได้มากขึ้นเป้าหมายปลายทางไม่ใช่เพียงการทำให้ไร่ภูตะวันเติบโต แต่คือการสร้างอาชีพที่มั่นคงในพื้นที่ เพื่อให้คนรุ่นใหม่ไม่จำเป็นต้องออกจากบ้านเกิดเพราะไม่มีทางเลือกอีสานมีที่ดิน มีแรงงาน และมีองค์ความรู้ แต่ต้องเปลี่ยนจากการเกษตรตามความเคยชิน ให้กลายเป็นธุรกิจที่รู้จักต้นทุน เข้าใจตลาด และสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องอ๊อด: อย่าให้คนสนใจเพราะเป็น “ของอีสาน” แต่ให้สนใจเพราะมันดีจริงในมุมของ อ๊อด ปกรณ์ แก้ววงษา เจ้าของเพจประเทดอุบล ของดีที่สำคัญที่สุดของอีสานคือ “คน”คนอีสานมีความสนุก เปิดรับสิ่งใหม่ ปรับตัวเก่ง และสร้างสรรค์ สิ่งเหล่านี้สะท้อนออกมาเป็นอาหาร ดนตรี วัฒนธรรม ผลิตภัณฑ์ และเรื่องราวมากมาย แม้เจ้าของผลงานบางคนจะไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่แล้วก็ตามอ๊อดตั้งข้อสังเกตว่า ภาพจำของอีสานในอดีตมักถูกนำเสนอผ่านความแห้งแล้งและขาดแคลน ทั้งที่พื้นที่นี้เต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ การถนอมอาหาร และวัฒนธรรมความสนุกที่เกิดขึ้นจากวิถีชีวิตของผู้คนแต่การพาของดีเหล่านี้ออกไปไกล ไม่ควรพึ่งเพียงการติดป้ายว่าเป็น “ของอีสาน”“เราอยากให้คนกินส้มตำเพราะมันอร่อย ไม่ใช่กินเพราะมันเป็นอาหารอีสาน”เช่นเดียวกับการดูซีรีส์จากต่างประเทศ ผู้ชมอาจไม่ได้ดูเพราะอยากเรียนรู้ประเทศต้นทาง แต่ดูเพราะเรื่องนั้นสนุก เมื่อชอบแล้วจึงค่อยย้อนกลับไปสนใจภาษา วัฒนธรรม และพื้นที่ซึ่งสร้างผลงานขึ้นมาหน้าที่ของสื่อจึงเป็นการทำให้เนื้อหาดีพอที่จะข้ามกำแพงของพื้นที่ ทำให้คนภายนอกเข้าถึงได้โดยไม่รู้สึกว่าเป็นเรื่องไกลตัว แล้วค่อยพาพวกเขากลับไปพบรากของสิ่งนั้นภายหลังความเป็นอีสานจึงไม่จำเป็นต้องถูกประกาศอยู่ตลอดเวลา แต่อาจแทรกอยู่ในมุมมอง ภาษา อารมณ์ขัน และวิธีเล่าเรื่องอย่างเป็นธรรมชาติพล: อย่าทิ้งเมืองเล็ก เพราะคนเก่งยังต้องการพื้นที่พบกันพล ทวีพล พวงแก้ว Co-founder สิงห์ท่า เธียเตอร์ มองของดีของอีสานผ่านสถาปัตยกรรม เรื่องเล่า และผู้คนในเมืองเล็กอย่างยโสธรย่านเมืองเก่าของยโสธรยังมีอาคารจากหลายช่วงเวลา ตั้งแต่บ้านเก่า อาคารซึ่งได้รับอิทธิพลจากหลายวัฒนธรรม ไปจนถึงโรงภาพยนตร์ยุคใหม่ของเมือง สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เพียงฉากหลัง แต่เป็นหลักฐานของการเติบโตและการผสมผสานทางวัฒนธรรมสิงห์ท่า เธียเตอร์ เกิดจากการนำโรงหนังเก่ากลับมาใช้เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ ซึ่งสามารถเปลี่ยนไปตามกิจกรรม บางวันเป็นโรงภาพยนตร์ บางวันเป็นแกลเลอรี ตลาดงานคราฟต์ พื้นที่แสดงดนตรี หรือห้องทดลองของศิลปินและเยาวชน“อย่าทิ้งเมืองเล็ก ๆ เมืองเล็กยังต้องการโอกาส และยังต้องการพื้นที่”หัวใจของสิงห์ท่า เธียเตอร์ ไม่ได้อยู่เพียงการบูรณะอาคารเก่า แต่อยู่ที่การสร้างพื้นที่ให้คนซึ่งอาจไม่เคยพบกันในชีวิตประจำวันได้มาพูดคุยและทำงานร่วมกันผู้ร่วมก่อตั้งพื้นที่มาจากหลากหลายอาชีพ ตั้งแต่ผู้ประกอบการ บุคลากรทางการแพทย์ นักกฎหมาย ครู นักดนตรี ไปจนถึงคนทำงานสร้างสรรค์ เมื่อมีพื้นที่กลาง ความรู้และเครือข่ายจากคนละสาขาจึงเริ่มเชื่อมต่อกันเมืองเล็กไม่ได้ขาดคนเก่ง แต่หลายครั้งขาดพื้นที่ซึ่งเปิดให้คนเหล่านั้นได้แสดงผลงาน ทดลอง และมองเห็นกัน สิงห์ท่า เธียเตอร์ จึงถูกวางให้เป็นเสมือน Sandbox ที่สามารถลองกิจกรรมใหม่ได้ โดยไม่ต้องมีคำตอบเรื่องผลกำไรตั้งแต่วันแรกเพราะเมื่อพื้นที่เปิดกว้างพอ ความคิดสร้างสรรค์ก็มีโอกาสเกิดขึ้น และคนในเมืองไม่จำเป็นต้องเดินทางออกไปหาโอกาสจากเมืองใหญ่เพียงทางเดียวแล้วจะพาอีสานไปข้างหน้าอย่างไร?เมื่อเคนถามต่อว่า อีสานควรทำอะไรเพื่อให้ของดีเหล่านี้ไปได้ไกลกว่าเดิม คำตอบจากทั้ง 5 คนชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า การมีรากที่เข้มแข็งยังไม่เพียงพอ หากไม่รู้จักปรับวิธีนำเสนอ สร้างมาตรฐาน และเชื่อมโยงกับผู้คนภายนอกม๊าเดี่ยวเสนอว่า วัฒนธรรมไม่ควรถูกเก็บไว้โดยไม่เปลี่ยนแปลง แต่ควรถูกนำไปผสมผสาน ทดลอง และสร้างภาษารูปแบบใหม่ เพื่อให้คนจากต่างพื้นที่เข้าถึงได้แน้งมองว่า ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นต้องสร้างความน่าเชื่อถือผ่านข้อมูล งานวิจัย ความโปร่งใส และระบบที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ เพราะผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้ซื้อแค่สินค้า แต่ซื้อคุณค่าและความเชื่อมั่นด้วยป้อมย้ำว่า การเกษตรต้องเริ่มจากตลาด ใช้เทคโนโลยีลดต้นทุน และสร้างมาตรฐานที่ทำให้ผลผลิตสามารถแข่งขันหรือส่งออกได้อ๊อดมองว่า สื่อต้องลดกำแพงของคำว่า “ท้องถิ่น” ทำให้เรื่องอีสานสนุกและเกี่ยวข้องกับทุกคน ก่อนค่อยพากลับไปค้นหารากของเรื่องราวส่วนพลชวนให้กลับมาสร้างโอกาสในเมืองเล็ก เพราะการส่งผลงานออกไปสู่โลกภายนอกสำคัญ แต่การสร้างพื้นที่ให้คนในบ้านเกิดได้พบกันและเติบโตก็สำคัญไม่แพ้กันความเดิ้นไม่ได้อยู่ที่หน้าตา แต่อยู่ที่วิธีคิดบทสนทนาบนเวทีทำให้เห็นว่า “อีสานเดิ้น” ไม่ใช่รูปแบบงานออกแบบหรือภาพลักษณ์สำเร็จรูปแบบใดแบบหนึ่งความเดิ้นอาจเป็นการเปลี่ยนเครื่องสานให้กลายเป็นแฟชั่น มองพืชที่ถูกลืมเป็นวัสดุแห่งอนาคต ใช้เทคโนโลยีทำให้เกษตรกรกลับบ้านได้ เล่าเรื่องอีสานโดยไม่ต้องติดป้ายว่าเป็นอีสาน หรือเปลี่ยนโรงหนังเก่าให้กลายเป็นพื้นที่แห่งโอกาสสิ่งที่เชื่อมทุกเรื่องเข้าด้วยกันคือการกลับไปมองของใกล้ตัวด้วยสายตาใหม่ เติมองค์ความรู้ มาตรฐาน เทคโนโลยี ตลาด และวิธีสื่อสารเข้าไป โดยไม่ลืมผู้คนและพื้นที่ซึ่งเป็นต้นทางของคุณค่าเหล่านั้น_เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 256911 – 19 กรกฎาคม 2569ติดตามความเคลื่อนไหวและกิจกรรมที่สนใจได้ที่Website: isancreativefestival.comLine: @isancfFacebook: isancreativefestivalInstagram: @isancreativefestival #ISANCREATIVEFESTIVAL #เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ #ISANCF2026#NORTHEASTMODERN

4

จากทุนอีสานสู่เกมที่ขายได้: ถอดบทเรียนจากเวที “เซิร์ฟอีสาน Special Talk”

จากทุนอีสานสู่เกมที่ขายได้: ถอดบทเรียนจากเวที “เซิร์ฟอีสาน Special Talk”อีสานมีทั้งเรื่องเล่า ตำนาน ภูมิปัญญา วิถีชีวิต และตัวละครที่พร้อมจะพัฒนาไปเป็นเกม แต่การมีวัตถุดิบที่ดีเพียงอย่างเดียว อาจยังไม่เพียงพอที่จะพาผลงานไปถึงตลาดจะเปิดเซิร์ฟเปลี่ยนทุนวัฒนธรรมให้กลายเป็น IP ที่สร้างรายได้อย่างไร จะนำเสนอเกมแบบไหนให้นักลงทุนมองเห็นศักยภาพ และเมื่อปิด Pitch Deck ลงแล้ว ตัวเกมสามารถพูดแทนตัวเองได้หรือไม่“เซิร์ฟอีสาน Special Talk” ชวนสำรวจเส้นทางจาก Past สู่ Pixels ผ่าน 3 มุมมอง จากฝั่งธุรกิจ นักพัฒนา และ Publisher เพื่อค้นหาว่า เกมจากท้องถิ่นต้องมีอะไร จึงจะเดินทางไปถึงผู้เล่นในตลาดที่ไกลกว่าเดิม“ก่อนสร้างเกม ต้องตอบให้ได้ว่าเรากำลังขายอะไร” จิรพิสิทธิ์ รุจเจริญเลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมาจากมุมของนักธุรกิจที่ไม่ได้มองเกมเป็นเพียงความบันเทิง ทุกเกมอัดแน่นไปด้วย คาแรกเตอร์ และเรื่องราว ที่สามารถต่อยอดไปสู่สินค้า บริการ การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจของเมืองได้จิรพิสิทธิ์เล่าถึงแนวทางการผลักดัน Soft Power ที่ขายได้โดยเริ่มจากการสร้าง “ความอยาก” ทำให้คนอยากรู้จักเรื่องราว อยากติดตามตัวละคร ก่อนเปลี่ยนเป็นความอยากซื้อ อยากใช้ และอยากเดินทางไปยังพื้นที่ต้นกำเนิด“ซอฟต์พาวเวอร์สำหรับผม คือการขายความอยาก ทำให้คนอยากดูก่อน แล้วจึงอยากซื้อ อยากกิน อยากใช้ และอยากเดินทางมา”“กางเกงแมวโคราช” Poppular Product ที่ต่อยอดจาก Korat Monogram แสดงให้เห็นว่า อัตลักษณ์ของเมืองสามารถกลายเป็นสินค้าร่วมสมัยได้ ผ่านการช่วยกันใช้และสร้างภาพจำจากคนในพื้นที่ แต่โจทย์ไม่ได้หยุดอยู่ที่การขายกางเกง หากต้องคิดต่อว่า ลวดลายและเรื่องราวเหล่านั้นจะเดินทางไปอยู่ในสื่ออื่นได้อย่างไร หนึ่งในทางเลือกคือการนำอัตลักษณ์เข้าไปอยู่ในเกม เพราะเกมสามารถพาเรื่องราวท้องถิ่นไปพบผู้เล่นจำนวนมาก โดยไม่ต้องรอให้ผู้เล่นเดินทางมาถึงพื้นที่จริงแนวคิดเดียวกันถูกต่อยอดผ่าน “เจ้าเมื่อย” คาแรกเตอร์แมวโคราชที่หยิบความเชื่อเรื่องแมวมงคลมาตีความใหม่ ชื่อของคาแรกเตอร์มาจากภาพของแมวที่ต้องคอยกวักเงินกวักทองจน “เมื่อย” พร้อมใส่รายละเอียดของโคราชและความเชื่อสายมูเข้าไปในตัวละครสิ่งเหล่านี้สะท้อนว่า ของที่คนท้องถิ่นเห็นจนคุ้นตา อาจกลายเป็นสิ่งแปลกใหม่ในสายตาของตลาดอื่นได้ หากรู้จักเล่าเรื่องและออกแบบให้คนร่วมสมัยเข้าถึงแต่การพา IP ไปสู่ตลาดไม่ได้ใช้เพียงนักออกแบบหรือนักพัฒนาเกม ยังต้องมีนักการตลาด นักขาย ผู้เชี่ยวชาญด้านลิขสิทธิ์ นักกฎหมาย และพันธมิตรที่ช่วยเชื่อมต่อแหล่งทุนผู้สร้างจึงควรคิดเรื่องความเป็นเจ้าของและสิทธิในผลงานตั้งแต่ต้น เพราะเมื่อมีบริษัทขนาดใหญ่เข้ามาสนใจ โอกาสนั้นอาจมาพร้อมกับสัญญาและเงื่อนไขที่นักพัฒนารายเล็กยังไม่เข้าใจ“หนึ่งอุตสาหกรรมไม่ได้มีแค่นักพัฒนาเกม แต่ต้องมีนักการตลาด นักขาย คนทำ IP นักกฎหมาย และคนที่ช่วยหาเงินทุนให้โปรเจกต์เดินต่อได้”“Pitch Deck ที่ดี ต้องทำให้คนเห็นเกม ไม่ใช่แค่เห็นข้อมูล” แอน – ดาวฤทัย ปรีดานนท์ CEO, Sunny Syrup Studioแอนชวนเริ่มต้นด้วยคำถาม 3 ข้อ ได้แก่ เราทำ Pitch Deck ไปทำไม ทำให้ใครอ่าน และคนอ่านจะได้ประโยชน์อะไรจากโปรดักต์ของเราPitch Deck จึงไม่ใช่ Game Design Document ที่ต้องอธิบายระบบทุกส่วน แต่เป็นเอกสารสั้น ๆ ที่ทำให้นักลงทุนหรือ Publisher เห็นว่า เกมนี้คืออะไร แตกต่างจากเกมอื่นอย่างไร สร้างมาเพื่อใคร และมีโอกาสไปต่อในตลาดแบบไหนองค์ประกอบสำคัญควรครอบคลุมทั้งรายละเอียดของเกม จุดขาย แผนการพัฒนา กลุ่มเป้าหมาย แผนการตลาด ตัวตนของทีม และสิ่งที่ต้องการจาก Publisher เช่น เงินทุน การตลาด การแปลภาษา การพอร์ตเกม หรือการเข้าถึงตลาดต่างประเทศแต่ก่อนจะลงรายละเอียดทั้งหมด หน้าแรก ๆ ต้องทำให้คนเห็นตัวเกมให้เร็วที่สุดอาจเป็น Gameplay Footage ภาพจากเกม GIF หรือประโยค Hook ที่สรุปแนวคิดได้ทันที เพราะ Publisher ได้รับโปรเจกต์จำนวนมาก และอาจไม่มีเวลานั่งอ่านหลายหน้ากว่าจะเข้าใจว่าเกมเล่นอย่างไร“อะไรที่เด็ดที่สุดของเกมเรา ต้องเอามาโชว์ก่อน เมื่อเขาหยุดดูได้ นั่นคือก้าวแรกที่ทำให้เขาสนใจ”อีกส่วนที่ขาดไม่ได้คือ Timeline และ Budget หากทีมขอเงินลงทุน ต้องอธิบายให้ได้ว่า เงินจะถูกนำไปใช้กับอะไร ใช้เวลาเท่าไร และสัมพันธ์กับแผนการผลิตอย่างไรทีมยังควรมี Prototype และนำไป Playtest เพื่อพิสูจน์ว่า สิ่งที่คิดว่าสนุกหรือขายได้ ไม่ได้เป็นเพียงความเชื่อของคนในทีม แต่มีผู้เล่นจริงให้การตอบรับสำหรับเกมที่นำเรื่องเล่าท้องถิ่นมาใช้ ความท้าทายอยู่ที่การแปล Cultural Assets ให้ผู้เล่นนอกพื้นที่เข้าใจ โดยไม่จำเป็นต้องอธิบายวัฒนธรรมทุกอย่าง แต่ต้องค้นหาแก่นที่สามารถเปลี่ยนเป็น Gameplay ตัวละคร หรือความขัดแย้งที่คนจากพื้นที่อื่นเข้าถึงได้“เมื่อปิดสไลด์ลง เกมต้องพูดแทนตัวเองได้” Justin PaulsenFounder, Rising Tide Publishingในมุมของ Publisher สิ่งแรกที่นักพัฒนาควรมีคือ Playable Vertical Slice หรือส่วนหนึ่งของเกมที่สามารถทดลองเล่นได้ และสะท้อนประสบการณ์หลักใกล้เคียงกับเกมจริงเพราะบางครั้ง Publisher ไม่ได้ต้องการอ่านคำอธิบายเพิ่มเติม แต่ต้องการนั่งลงและลองเล่นเกม เพื่อดูว่าระบบทำงานหรือไม่ เกมให้ความรู้สึกแบบใด และทีมสามารถเปลี่ยนไอเดียให้กลายเป็นผลงานได้จริงหรือเปล่า“อย่าใช้เวลาทั้งหมดไปกับการอธิบายเกม จงนำเวลานั้นไปสร้างเกมให้เล่นได้”Justin ยังเสนอว่า ทีมอินดี้ควรสร้างเกมในขนาดที่ควบคุมได้ ทำให้เสร็จ นำออกไปพบผู้เล่น และเรียนรู้จากตลาดจริง แทนการทุ่มเวลาให้กับโปรเจกต์แรกที่ใหญ่เกินกำลังจนไม่มีวันเผยแพร่ในยุคที่ AI สามารถช่วยสร้างภาพ จัดระเบียบไอเดีย ทดลองระบบ และพัฒนา Prototype ได้ Justin มองว่า AI เป็นเครื่องมือสำคัญของทีมขนาดเล็ก แต่ไม่ควรเป็นต้นทางของวิสัยทัศน์เพราะ AI อาจรู้ว่าภาพของความสูญเสียมีหน้าตาอย่างไร แต่ไม่เคยสูญเสียใคร ไม่เคยมีความสัมพันธ์ และไม่เคยผ่านความขัดแย้งภายในแบบมนุษย์หน้าที่ของผู้สร้างจึงยังคงเป็นการนำประสบการณ์ ความรู้สึก และมุมมองที่จริงใจของตัวเองมาเปลี่ยนเป็นกลไกและโลกที่ผู้เล่นสัมผัสได้แนวคิดนี้เชื่อมกับ Story Gaming โดยตรง เพราะเรื่องเล่าอีสานจะเดินทางไปได้ไกล ไม่ใช่เพียงเพราะมีรูปลักษณ์ท้องถิ่นที่แตกต่าง แต่เพราะเบื้องหลังเรื่องเหล่านั้น มีความรู้สึกที่มนุษย์จากทุกพื้นที่สามารถเข้าใจร่วมกันได้“สิ่งที่ Publisher มองหาคือผลงานที่จริงใจ งดงาม และมีความเป็นมนุษย์จนไม่อาจปฏิเสธได้”Key Takeawayจิรพิสิทธิ์ รุจเจริญเริ่มจากค้นหา Cultural Assets ของพื้นที่ แล้วต่อยอดให้เป็น IP สินค้า และโมเดลธุรกิจที่มีตลาดรองรับแอน ดาวฤทัย ปรีดานนท์ทำให้ Publisher เข้าใจเกมได้รวดเร็ว ด้วยจุดขายที่ชัด Gameplay ที่มองเห็นได้ พร้อมแผนตลาด เวลา และงบประมาณที่สมเหตุสมผลJustin PaulsenMake something true, simple, and essential. สร้างเกมที่เล่นได้จริง อยู่ในขอบเขตที่ทีมทำสำเร็จ และมีวิสัยทัศน์ที่จริงใจ เพราะสิ่งที่ Publisher มองหาไม่ใช่เพียงฟีเจอร์หรือ Pitch Deck ที่สวยงาม แต่คือผลงานที่มีความเป็นมนุษย์และทำให้ผู้เล่นรู้สึกถึงบางสิ่งได้จริง_เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 256911 – 19 กรกฎาคม 2569ติดตามความเคลื่อนไหวและกิจกรรมที่สนใจได้ที่Website: isancreativefestival.comLine: @isancfFacebook: isancreativefestivalInstagram: @isancreativefestival #ISANCREATIVEFESTIVAL #เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ #ISANCF2026#NORTHEASTMODERN

0